บทคัดย่อ
การบริบาลทางเภสัชกรรม (Pharmaceutical care) มีเป้าหมายสำคัญเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับยาที่มีประสิทธิภาพ มีความปลอดภัย และสมเหตุสมผล แต่อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติก็ยังคงพบกับปัญหาหลัก 2 ประการ ได้แก่ ความแปรปรวนในการตอบสนองต่อยา (Variable Drug Responses) และอาการไม่พึงประสงค์จากยา (Adverse Drug Reactions, ADRs) ซึ่งทั้งสองปัญหา ส่งผลกระทบต่อประสิทธิผลของการรักษา และความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นอย่างมาก ความแปรปรวนในการตอบสนองต่อยา เป็นประเด็นที่ท้าทายและพบได้บ่อย โดยผู้ป่วยสองรายที่ได้รับยาชนิดเดียวกัน ขนาดเท่ากัน ภายใต้ข้อบ่งใช้เดียวกัน อาจมีผลการรักษาที่แตกต่าง กันอย่างชัดเจน ตั้งแต่ตอบสนองได้ดี ไปจนถึงแทบไม่ตอบสนองเลย
ในขณะที่การเกิดอาการไม่พึงประสงค์จากยา ก็ถือเป็นภาระสำคัญทางสาธารณสุข เนื่องจากอาจมีความรุนแรงถึงขั้นต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลหรือเสียชีวิต งานวิเคราะห์อภิมานในสหรัฐอเมริการายงานว่าADRs ที่รุนแรง เป็นสาเหตุการเสียชีวิตลำดับ 4 – 6 ของผู้ป่วยในโรงพยาบาล โดยมีอัตราเกิด ADRs รุนแรงร้อยละ6.7 และมีอัตราการเสียชีวิตร้อยละ 0.32 ของผู้ป่วยในโรงพยาบาล นอกจากนี้ยังมีการประเมินว่า ADRs ก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายรวมมากกว่า 136 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ/ปี ในประเทศไทยเอง พบข้อมูลสอดคล้องกันว่า ADRs เป็นสาเหตุสำคัญของการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลและเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายต่อระบบสุขภาพ โดยมีรายงานการเฝ้าระวัง ADRs มากกว่า 82,000 กรณีทั่วประเทศ และในจำนวนนี้กว่าร้อยละ 25 จัดเป็น ADRs ที่รุนแรง งานวิจัยดังกล่าวเป็นการเฝ้าระวัง ADRs ในภาพรวมจากการใช้ยาหลากหลายชนิด ในผู้ป่วย ไม่ได้จำกัดเฉพาะยาตัวใดตัวหนึ่ง ADRs ที่พครอบคลุมตั้งแต่ยาพื้นฐานที่ใช้บ่อย เช่น ยาปฏิชีวนะ, ยาต้านการอักเสบ (NSAIDs), เคมีบำบัดไปจนถึงยาที่มีความเกี่ยวข้องกับพันธุกรรมและสามารถป้องกันได้ด้วยการตรวจยีนล่วงหน้า เช่น allopurinol(HLA-B58:01) และ carbamazepine (HLA-B15:02) การเชื่อมโยงผลการศึกษานี้จึงสะท้อนให้เห็นว่า แม้ ADRsจะเกิดจากยาหลากหลาย แต่การบูรณาการเภสัชพันธุศาสตร์เข้าสู่ระบบการรักษาสามารถลดความเสี่ยงของ ADRsที่มีสาเหตุจากพันธุกรรมได้อย่างมีนัยสำคัญ
เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว แนวคิดทางการแพทย์จึงได้เปลี่ยนจาก “One size fits all” ไปสู่ ศาสตร์การแพทย์แม่นยำ (Precision Medicine) โดยมี เภสัชพันธุศาสตร์ (Pharmacogenomics, PGx) เป็นเครื่องมือหลัก โดยPGx หมายถึง การศึกษาว่ายีนและพันธุกรรมของแต่ละบุคคลมีผลต่อการตอบสนองต่อยา ทั้งในด้านประสิทธิภาพและความเสี่ยงต่อการเกิด ADRs อย่างไร8,9 การประยุกต์ใช้ PGx จึงสามารถช่วยแพทย์และเภสัชกรในการเลือกใช้ยาและปรับขนาดยาได้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละรายมากขึ้นได้