| ชื่อการประชุม |
 |
เรื่อง Pharmacotherapy in Obesity and Overweight Management |
| สถาบันหลัก |
 |
คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| รหัสกิจกรรม |
 |
1001-2-000-009-02-2569 |
| สถานที่จัดการประชุม |
 |
โรงแรม เอเชีย ราชเทวี กรุงเทพ หรือ ทางออนไลน์ |
| วันที่จัดการประชุม |
 |
05 -06 ก.พ. 2569 |
| ผู้จัดการประชุม |
 |
คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| กลุ่มเป้าหมาย |
 |
เภสัชกร บุคลากรทางการแพทย์ และผู้สนใจทั่วไป และนิสิตบัณฑิตศึกษาและคณาจารย์คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| หน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่อง |
 |
9.5 หน่วยกิต |
หลักการและเหตุผล
โรคอ้วนเป็นหนึ่งในปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญและทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย โดยข้อมูลจากการสำรวจสุขภาพประชาชนไทย (NHES 2019–2020) พบว่า ผู้หญิงไทยร้อยละ 46.4 และผู้ชายร้อยละ 37.8 มีภาวะอ้วน (BMI ≥ 25) ขณะที่ภาวะอ้วนลงพุงพบในผู้หญิงร้อยละ 50.4 และผู้ชายร้อยละ 27.7 สะท้อนถึงความชุกที่สูงและแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ องค์การอนามัยโลกคาดการณ์ว่า ภายในปี 2035 จะมีประชากรโลกที่เป็นโรคอ้วนกว่า 1.9 พันล้านคน จากปัจจุบันที่มีมากกว่า 988 ล้านคน ซึ่งหมายถึงการเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าในเวลาเพียง 10 ปี
ภาวะอ้วนไม่เพียงแต่ส่งผลต่อรูปร่างและคุณภาพชีวิต แต่ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อการเกิดโรคร่วมเรื้อรัง เช่น เบาหวานชนิดที่ 2 ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคข้อเสื่อม และมะเร็งบางชนิด ทำให้ผู้ป่วยมีภาระค่าใช้จ่ายด้านการรักษาสูงขึ้นและลดทอนศักยภาพในการดำเนินชีวิต อีกทั้งยังสร้างภาระทางเศรษฐกิจมหาศาลต่อระบบสุขภาพและสังคมโดยรวม การจัดการโรคอ้วนจึงไม่ใช่เพียงการลดน้ำหนัก แต่เป็นการป้องกันและควบคุมโรคเรื้อรังที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของประเทศ
ในด้านการรักษา ปัจจุบันมีการพัฒนาการใช้ยาสำหรับโรคอ้วนอย่างต่อเนื่อง โดยมียาลดน้ำหนักหลายชนิดที่ได้รับการรับรองและใช้ในทางคลินิก ซึ่งแต่ละชนิดมีกลไกการออกฤทธิ์ ข้อบ่งใช้ และข้อควรระวังที่แตกต่างกัน การใช้ยาอย่างสมเหตุผลจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้เกิดประสิทธิผลสูงสุดและลดความเสี่ยงจากอาการไม่พึงประสงค์หรือการใช้ยาไม่เหมาะสม
เภสัชกรมีบทบาทสำคัญในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านยาและการใช้ยาอย่างสมเหตุผล โดยเฉพาะในโรคอ้วนที่มักมีโรคร่วมหลายชนิด เภสัชกรสามารถช่วยประเมินความเหมาะสมของการใช้ยา ให้คำปรึกษาแก่ผู้ป่วย ติดตามผลการรักษา และจัดการอาการไม่พึงประสงค์ รวมถึงสนับสนุนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการใช้ชีวิตร่วมกับการรักษาด้วยยา นอกจากนี้ เภสัชกรยังเป็นบุคลากรที่เข้าถึงผู้ป่วยได้ง่ายทั้งในโรงพยาบาลและชุมชน จึงมีบทบาทเชิงรุกในการสร้างความเข้าใจและความร่วมมือกับทีมสหสาขาวิชาชีพในการจัดการโรคอ้วนอย่างครอบคลุม
ดังนั้น การประชุมเชิงวิชาการเรื่อง Pharmacotherapy in Obesity and Overweight Management จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และทักษะเชิงปฏิบัติให้แก่เภสัชกร เพื่อให้สามารถนำไปใช้ในงานบริการทางเภสัชกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับแนวทางเวชปฏิบัติสากล และช่วยยกระดับบทบาทของเภสัชกรในการเป็นผู้นำด้านการใช้ยาอย่างสมเหตุผลและปลอดภัยในผู้ป่วยโรคอ้วน ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการลดภาระโรคและการพัฒนาระบบสุขภาพของประเทศในระยะยาว
วัตถุประสงค์
วัตถุประสงค์ เภสัชกรที่รับการอบรม
• มีความรู้เกี่ยวกับแนวทางการรักษาโรคอ้วนด้วยยาตามหลักฐานเชิงประจักษ์
• เข้าใจกลไกการออกฤทธิ์ ข้อบ่งใช้ ข้อควรระวัง และการติดตามผลของยาลดน้ำหนักชนิดต่าง ๆ
• มีทักษะการให้คำปรึกษาและการดูแลผู้ป่วยโรคอ้วนอย่างครอบคลุม ทั้งด้านการใช้ยาและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
• สร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างเภสัชกรและทีมสหสาขาวิชาชีพในการจัดการโรคอ้วน
• ส่งเสริมบทบาทของเภสัชกรในการเป็นผู้นำด้านการใช้ยาอย่างสมเหตุผลและปลอดภัยในผู้ป่วยโรคอ้วน
คำสำคัญ
Pharmacotherapy in Obesity and Overweight Management
วิธีสมัครการประชุม
ผู้สนใจเข้าร่วมประชุมสามารถลงทะเบียนได้ที่หน่วยการศึกษาต่อเนื่อง คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (https://www.ce.pharm.chula.ac.th/) โทรศัพท์ 0-2218-8283,8481 หรือ e-mail: ce@pharm.chula.ac.th