หลักสูตรการฝึกอบรมระยะสั้นการบริบาลทางเภสัชกรรม ในหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพเภสัชกรรม (สาขาโรคติดเชื้อและยาต้านจุลชีพ) รอบ 1/69
| ชื่อการประชุม |
 |
หลักสูตรการฝึกอบรมระยะสั้นการบริบาลทางเภสัชกรรม ในหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพเภสัชกรรม (สาขาโรคติดเชื้อและยาต้านจุลชีพ) รอบ 1/69 |
| สถาบันหลัก |
 |
คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| รหัสกิจกรรม |
 |
1017-2-000-002-00-2569 |
| สถานที่จัดการประชุม |
 |
คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ |
| วันที่จัดการประชุม |
 |
01 ก.พ. 2569 - 31 พ.ค. 2569 |
| ผู้จัดการประชุม |
 |
คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| กลุ่มเป้าหมาย |
 |
เภสัชกรทั่วไป 2 คน |
| หน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่อง |
 |
30 หน่วยกิต |
หลักการและเหตุผล
การดื้อยาต้านจุลชีพ (Antimicrobial resistance : AMR) เป็นวิกฤติการณ์ทุกประเทศทั่วโลก ในขณะที่เชื้อดื้อยากำลังเพิ่มขึ้น แต่ยาต้านจุลชีพชนิดใหม่พัฒนาไม่ทันกับการดื้อยาต้านจุลชีพ สำหรับประเทศไทย
มีคณะกรรมการประสานและบูรณาการงานด้านการดื้อยาต้านจุลชีพ ได้มีการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การจัดการการดื้อยาต้านจุลชีพประเทศไทย พ.ศ. 2560-2564 ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ฉบับแรกของประเทศไทยที่เน้นการแก้ปัญหาการดื้อยาต้านจุลชีพทั้งในมนุษย์ สัตว์ และสิ่งแวดล้อม ในแนวคิดเรื่องสุขภาพหนึ่งเดียว (One Health) กลยุทธ์ในการชะลอการเกิดเชื้อดื้อยาทั้งแบคทีเรีย และเชื้อรา ได้แก่ การให้ความรู้ และความตระหนักต่อผลที่เกิดขึ้นจากการเกิดเชื้อดื้อยา มีระบบสำรวจและติดตามข้อมูลของเชื้อดื้อยาในประเทศ รวมถึงมีการเผยแพร่ข้อมูล และให้ความร่วมมือกับต่างประเทศ มีระบบควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อดื้อยาที่ดี การใช้ยาต้านจุลชีพอย่างเหมาะสม และการพัฒนา และวิจัยยาใหม่ วัคซีนใหม่ และวิธีการวินิจฉัยได้อย่างรวดเร็ว โดยกระบวนการส่งเสริม และกำกับการใช้ยาต้านจุลชีพอย่างเหมาะสม (Antimicrobial Stewardship Program; ASP) เป็นอีกหนึ่งกระบวนการที่สำคัญในการชะลอการเกิดเชื้อดื้อยา ซึ่งการดำเนินกระบวนการโดยเภสัชกร เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ป่วยใน รวมถึงกรณีที่ไม่มีแพทย์เฉพาะทางโรคติดเชื้อ และโรงพยาบาลที่มีทรัพยากรอย่างจำกัดเภสัชกรเป็นบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความรู้ความชำนาญในการใช้ยา โดยเฉพาะในการใช้ยาต้านจุลชีพ เนื่องจากเภสัชกรมีองค์ความรู้ตั้งแต่กระบวนการค้นคว้าพัฒนายา จัดหายา ผลิตยา และนอกจากนี้ในการใช้ยา เภสัชกรมีหน้าที่ในการสืบค้น และวางแผนการแก้ไข ติดตาม และป้องกันปัญหา ที่เกี่ยวกับการใช้ยาเพื่อให้เกิดการใช้ยาอย่างเหมาะสมทุกด้าน รวมทั้งข้อบ่งใช้ ประสิทธิภาพ อาการไม่พึงประสงค์ ความสะดวกของผู้ป่วยในการใช้ยาเพื่อให้ผู้ป่วยปฏิบัติตามสั่งได้โดยง่าย เพื่อประโยชน์สูงสุดจากการใช้ยาและมีคุณภาพชีวิตที่ดี เพิ่มคุณภาพและยกระดับมาตรฐานการให้บริการเภสัชกรรม ทำให้ประชาชนใช้ยาได้อย่างปลอดภัยและถูกต้องเหมาะสม นอกจากนี้ยังส่งเสริม สนับสนุนในการให้ข้อมูลและการให้คำปรึกษาเรื่องการใช้ยาที่ถูกต้องเหมาะสม และปลอดภัย แก่ผู้ป่วยและสหสาขาวิชาชีพ ทั้งนี้ในปัจจุบันการจัดอบรมให้เภสัชกรมีความรู้ด้านโรคติดเชื้อ เพื่อส่งเสริมกระบวนการส่งเสริม และกำกับการใช้ยาต้านจุลชีพอย่างเหมาะสม โดยการเข้าร่วมดำเนินการเป็นทีมสหสาขาวิชาชีพ จะยิ่งเพิ่มความเหมาะสมของการใช้ยาต้านจุลชีพ ซึ่งอาจส่งผลต่อแง่ของการพัฒนาคุณภาพงาน รวมถึงเพิ่มความปลอดภัยของผู้ป่วย
ด้วยความตระหนักในความสำคัญของบทบาทเภสัชกรในการดูแลผู้ป่วยโรคติดเชื้อและการใช้ยาต้านจุลชีพในผู้ป่วยดังกล่าว คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และหน่วยโรคติดเชื้อ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้เล็งเห็นความสำคัญของเภสัชกรที่จะต้องมีความรู้ ความเข้าใจ และมีความชำนาญในการดูแลผู้ป่วยโรคติดเชื้อและการใช้ยาต้านจุลชีพ จึงร่วมมือจัดทำหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพเภสัชกรรม (สาขาโรคติดเชื้อและยาต้านจุลชีพ) หลักสูตรระยะสั้นเป็นระยะเวลา 16 สัปดาห์ โดยมีเนื้อหาทางทฤษฎีสอดแทรกตลอดระยะของการฝึกปฏิบัติงาน โดยเภสัชกรจะได้ฝึกปฏิบัติงานร่วมกับคณาจารย์จาก คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และหน่วยโรคติดเชื้อ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในการดูแลผู้ป่วยโรคติดเชื้อที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ทั้งนี้เภสัชกรที่เข้ารับการฝึกจะได้มีโอกาสปฏิบัติงานร่วมกับสหสาขาวิชาชีพที่มีความชำนาญในการบริบาลเภสัชกรรมในผู้ป่วยโรคติดเชื้อและการใช้ยาต้านจุลชีพ ทำให้เภสัชกรมีความรู้และทักษะเฉพาะทางการบริบาลเภสัชกรรมในผู้ป่วยโรคติดเชื้อและการใช้ยาต้านจุลชีพ สามารถนำมาประยุกต์ใช้และพัฒนาระบบการใช้ยาต้านจุลชีพเพื่อให้เกิด กระบวนการส่งเสริม และกำกับการใช้ยาต้านจุลชีพอย่างเหมาะสม ณ โรงพยาบาลต้นสังกัดที่ปฏิบัติงานต่อไป
วัตถุประสงค์
1. พัฒนาองค์ความรู้ และทักษะพื้นฐานการบริบาลทางเภสัชกรรมผู้ป่วยโรคติดเชื้อได้อย่างเหมาะสมกับผู้ป่วยเฉพาะราย
2. ให้การบริบาลทางเภสัชกรรมผู้ป่วยโรคติดเชื้อได้อย่างเหมาะสมกับผู้ป่วยเฉพาะรายได้
3. สามารถบูรณาการความรู้ ข้อมูลเชิงประจักษ์ งานวิจัยมาใช้ในการบริบาลเภสัชกรรมเพื่อดูแลผู้ป่วยโรคติดเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย
4. สามารถสื่อสารและทำงานร่วมกับสหสาขาวิชาชีพในการดูแลผู้ป่วยได้
5. สามารถริเริ่มหรือพัฒนาแนวทางการบริบาลเภสัชกรรม/งานวิจัยในผู้ป่วยโรคติดเชื้อในหน่วยงานตนเองได้
คำสำคัญ
อบรมระยะสั้น , สาขาโรคติดเชื้อและยาต้านจุลชีพ