“เมื่อคนขี้แพ้ที่ต้องดูแลในฤดูFLU: จ่ายยาละลายเสมหะอย่างไรให้ครอบคลุมทุกความท้าทายในฤดู Flu”
| ชื่อการประชุม |
 |
“เมื่อคนขี้แพ้ที่ต้องดูแลในฤดูFLU: จ่ายยาละลายเสมหะอย่างไรให้ครอบคลุมทุกความท้าทายในฤดู Flu” |
| สถาบันหลัก |
 |
คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| รหัสกิจกรรม |
 |
1001-2-000-067-07-2569 |
| สถานที่จัดการประชุม |
 |
ผ่านระบบออนไลน์ zoom webinar |
| วันที่จัดการประชุม |
 |
03 ก.ค. 2569 |
| ผู้จัดการประชุม |
 |
คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| กลุ่มเป้าหมาย |
 |
เภสัชกร บุคลากรทางการแพทย์ อาจารย์ นักวิจัย และผู้ที่สนใจ |
| หน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่อง |
 |
1 หน่วยกิต |
หลักการและเหตุผล
หลักการและเหตุผล
โรคติดเชื้อไวรัสทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัดทั่วไป ไข้หวัดใหญ่ และโรคติดเชื้อทางเดินหายใจจากไวรัสชนิดต่าง ๆ ยังคงเป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยในทุกช่วงวัย โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลที่มีการระบาดของโรค ซึ่งผู้ป่วยจำนวนมากมักมาพบเภสัชกรด้วยอาการไอ มีเสมหะ คัดจมูก น้ำมูกไหล และระคายเคืองทางเดินหายใจ ภายหลังการติดเชื้อ แม้ไข้และอาการเฉียบพลันจะหายไปแล้ว แต่อาการไอและเสมหะมักคงอยู่ต่อเนื่องเป็นเวลาหลายสัปดาห์ ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต การนอนหลับ ประสิทธิภาพการทำงาน และการใช้ชีวิตประจำวันในผู้ป่วยที่มีโรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจ เช่น โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ หรือโรคหอบหืด อาการหลังการติดเชื้อไวรัสมักมีความซับซ้อนมากกว่าประชากรทั่วไป เนื่องจากการอักเสบของทางเดินหายใจและภาวะความไวของเยื่อบุทางเดินหายใจที่เพิ่มขึ้น (airway hyperresponsiveness) ทำให้เกิดการสร้างและคั่งค้างของเสมหะมากขึ้น รวมถึงมีอาการไอเรื้อรังหรืออาการกำเริบจากสิ่งกระตุ้นต่าง ๆ เช่น ฝุ่นละออง PM2.5 ควันบุหรี่ สารก่อภูมิแพ้ และสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง
ในปัจจุบัน ยาละลายเสมหะ (mucolytics และ mucoactive agents) มีบทบาทสำคัญในการจัดการอาการทางเดินหายใจหลังการติดเชื้อ โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีเสมหะเหนียว ขับออกยาก หรือมีการอักเสบของเยื่อบุทางเดินหายใจ อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้ยาละลายเสมหะอย่างเหมาะสมยังคงเป็นความท้าทายสำหรับบุคลากรสาธารณสุข เนื่องจากผู้ป่วยแต่ละรายมีลักษณะอาการ สาเหตุ และโรคร่วมที่แตกต่างกัน การเลือกใช้ยาจึงไม่ควรพิจารณาเฉพาะคุณสมบัติในการลดความเหนียวของเสมหะเท่านั้น แต่ควรคำนึงถึงกลไกการอักเสบ ภาวะภูมิแพ้ ความปลอดภัย และความเหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละกลุ่ม นอกจากนี้ หลักฐานทางวิชาการในปัจจุบันชี้ให้เห็นว่า ยาบางชนิด เช่น N-acetylcysteine (NAC) ไม่เพียงมีฤทธิ์ละลายเสมหะ แต่ยังมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ ลดความเครียดออกซิเดชัน และอาจช่วยลดการอักเสบของทางเดินหายใจที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสและมลพิษทางอากาศได้อีกด้วย จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจในการดูแลผู้ป่วยที่มีอาการไอและเสมหะในช่วงฤดู Flu โดยเฉพาะในผู้ป่วยกลุ่ม "คนขี้แพ้" ที่มีความไวของทางเดินหายใจสูงกว่าปกติ
ในการนี้สถานปฏิบัติการเภสัชกรรมชุมชน (โอสถศาลา) คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะร้านยาของสถาบันการศึกษาได้เล็งเห็นความสำคัญของการเสริมพูนความรู้เกี่ยวกับการประเมินผู้ป่วย การเลือกใช้ยาอย่างเหมาะสมตามหลักฐานเชิงประจักษ์ เพื่อสอดคล้องกับบทบาทของเภสัชกรชุมชนในฐานะด่านหน้า (first-contact healthcare provider) และ สนับสนุนการใช้ยาอย่างสมเหตุสมผล (rational drug use)
วัตถุประสงค์
วัตถุประสงค์
1.เพื่อเพิ่มพูนความรู้เกี่ยวกับกลไกการเกิดอาการไอและเสมหะหลังการติดเชื้อไวรัสในผู้ป่วยที่มีโรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจและพัฒนาทักษะการประเมินและคัดกรองผู้ป่วยที่มีอาการไอและเสมหะในฤดู Flu รวมถึงการแยกภาวะที่ควรส่งต่อพบแพทย์
2.เพื่อเสริมสร้างศักยภาพเภสัชกรในการประเมินความเหมาะสมของการใช้ NAC ในบริบทผู้ป่วยแต่ละราย ทั้งด้านข้อบ่งใช้ ขนาดยา ระยะเวลาการรักษา ความปลอดภัย และการติดตามผล
คำสำคัญ
สถานปฏิบัติการเภสัชกรรมชุมชน โอสถศาลา
วิธีสมัครการประชุม
ผู้สนใจเข้าร่วมประชุมสามารถลงทะเบียนได้ที่
- เว็บไซต์ของหน่วยการศึกษาต่อเนื่อง คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (www.ce.pharm.chula.ac.th) โทรศัพท์ 02-218-8283 หรือ E-mail: ce@pharm.chula.ac.th
- สถานปฏิบัติการเภสัชกรรมชุมชน คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Line official : @osotsala หรือ E-mail: osotsala@pharm.chula.ac.th