ขั้นตอนการขอรับรองปริญญาของผู้สำเร็จการศึกษาเภสัชศาสตร์จากสถาบันการศึกษาในต่างประเทศ (11 ส.ค.2559)
 

 

ขั้นตอนของการรับรองปริญญาของผู้สำเร็จการศึกษาเภสัชศาสตร์จากสถาบันการศึกษาในต่างประเทศ

 

1. ผู้ขอรับรองปริญญายื่นคำขอการรับรองปริญญา พร้อมชำระค่าธรรมเนียม  โดยแนบหลักฐานและเอกสารเพื่อประกอบการพิจารณาไปยังสภาเภสัชกรรมดังนี้

   1.1 สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ยื่นคำขอ

 

   1.2 หลักสูตรการศึกษา ซึ่งรวมถึงโครงสร้างหลักสูตร แผนการศึกษาตามหลักสูตร คำอธิบายรายวิชา และ เค้าโครงรายวิชาตามหลักสูตรที่ผู้ขอรับรองปริญญาเข้าศึกษา และให้สถาบันการศึกษาที่ผู้ขอรับรองปริญญาเข้าศึกษาให้การรับรองมาด้วย

   1.3  สำเนาใบปริญญา  โดยนำฉบับจริงมาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบด้วย

   1.4 ใบแจ้งผลการเรียนรายวิชาตามหลักสูตร (transcript) พร้อมหลักฐานฉบับจริง

   1.5 เอกสารการศึกษาระดับมัธยมศึกษาของผู้ที่ขอรับรองปริญญา

   1.6 เอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

 

โดยมีรายละเอียดของหลักฐานเพิ่มเติมดังนี้

       ก. เอกสารทุกชิ้น หากเป็นไม่เป็นภาษาอังกฤษ ต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษ และให้สถาบันการศึกษา
ที่ผู้ขอรับรองปริญญาให้การรับรอง  หรือ ให้สถานฑูตประจำประเทศไทยของประเทศนั้นให้การรับรอง

       ข. ให้ผู้ขอรับรองปริญญาติดต่อสถานฑูตประจำประเทศไทยของประเทศที่ไปศึกษาเพื่อขอให้ออกหนังสือรับรองความมีอยู่จริงของสถาบันที่ผู้ขอรับรองปริญญา

       ค. หากมีการฝึกปฏิบัติงานในต่างประเทศ ให้ส่งหลักฐานการฝึกปฏิบัติและมีผู้รับรองการฝึกปฏิบัติงาน 
จริงมาด้วย

 

 2.  เมื่อได้หลักฐานครบถ้วน ฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการการศึกษาเภสัชศาสตร์วิเคราะห์หลักสูตรของผู้ขอรับรองปริญญาเทียบกับเกณฑ์หลักสูตรเภสัชศาสตรบัณฑิต 6 ปีของประเทศไทย เพื่อพิจารณาว่าผู้ขอรับรองปริญญาต้องเรียนรายวิชาใดเพิ่มเติม และต้องฝึกปฏิบัติงานใดเพิ่มเติม

 

3. ฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการการศึกษาเภสัชศาสตร์นำคำขอรับรองปริญญา ผลวิเคราะห์หลักสูตรของผู้ขอรับรองปริญญาเทียบกับเกณฑ์หลักสูตรเภสัชศาสตรบัณฑิต 6 ปีของประเทศไทยและหลักฐานทั้งหมดเข้าที่ประชุมคณะกรรมการการศึกษาเภสัชศาสตร์เพื่อให้ความเห็นชอบ โดยมีเงื่อนไขให้ศึกษาเพิ่มเติมและฝึกปฏิบัติงานในประเทศไทยตามเกณฑ์ที่สภาเภสัชกรรมกำหนด และนำเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการสภาเภสัชกรรมให้การรับรองปริญญาและจัดทำประกาศการรับรองปริญญาต่อไป   (แม้หลักสูตรที่ผู้ขอรับรองปริญญาจะเทียบเท่ากับหลักสูตรเภสัชศาสตรบัณฑิต 6 ปีของสภาเภสัชกรรม ผู้ขอรับรองปริญญาก็ยังจำเป็นต้องเรียนรายวิชาและฝึกปฏิบัติงานเพิ่มเติมในประเทศไทยเพื่อให้เข้าใจบริบทการปฏิบัติวิชาชีพเภสัชกรรมในประเทศไทยดังนี้ 
“ศึกษาเพิ่มเติมในรายวิชาที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย พระราชบัญญัติฯ หรือ จรรยาบรรณวิชาชีพของไทย
อย่างน้อย 2 หน่วยกิต รวมทั้งต้องฝึกปฏิบัติงานที่โรงพยาบาล และร้านยา ไม่น้อยกว่า 500 ชั่วโมง”)

 

4. เมื่อคณะกรรมการสภาเภสัชกรรมให้การรับรองปริญญาและมีการจัดทำประกาศการ รับรองปริญญาเรียบร้อยแล้ว สำนักงานเลขาธิการสภาเภสัชกรรม ทำหนังสือแจ้งผลและประกาศการรับรองปริญญาให้ผู้ขอรับรองปริญญาทราบ พร้อมกับมีหนังสือแนะนำตัวให้ผู้ขอรับรองปริญญานำไปติดต่อคณะเภสัชศาสตร์ เพื่อขอเข้าศึกษาเพิ่มเติม

 

5. ฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการการศึกษาเภสัชศาสตร์ ทำหนังสือแจ้งเงื่อนไขของการเรียนรายวิชาเพิ่มเติมและการฝึกปฏิบัติงานไปยังประธานคณะอนุกรรมการสอบความรู้ผู้ขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมไว้ประกอบการพิจารณาการฝึกปฏิบัติงานของผู้ขอรับรองปริญญา เพื่อให้เป็นไปตามข้อบังคับสภาเภสัชกรรมว่าด้วยหลักเกณฑ์การสอบความรู้ เพื่อขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม พ.ศ. 2546

 

6. เมื่อผู้ขอรับรองปริญญาได้เข้าศึกษาในคณะเภสัชศาสตร์ สถาบันใดสถาบันหนึ่งแล้ว ให้ส่งแผนการเรียนไปยังสภาเภสัชกรรม เพื่อขออนุมัติจากคณะกรรมการการศึกษาเภสัชศาสตร์ก่อนจึงจะเริ่มเรียน ทั้งนี้เอกสารที่ส่งไปยังสภาเภสัชกรรมจะต้องได้รับการรับรองโดยสถาบันการศึกษาที่ผู้ขอรับรองปริญญาเข้าศึกษา

 

7. เมื่อผู้ขอรับรองปริญญาเรียนรายวิชาครบถ้วนตามเงื่อนไขที่สภาเภสัชกรรมกำหนดให้ส่งผลการเรียนและแผนการฝึกปฏิบัติงานล่วงหน้าก่อนการฝึกปฏิบัติงานอย่างน้อย  1 เดือน  ไปยังสภาเภสัชกรรม  

 

8. เลขานุการคณะกรรมการการศึกษาเภสัชศาสตร์นำผลการเรียนของผู้รับรองปริญญาเข้าที่ประชุมคณะกรรมการการศึกษาเภสัชศาสตร์เพื่อรับรอง และเมื่อคณะกรรมการการศึกษาเภสัชศาสตร์รับรองผลการเรียนแล้วให้ฝ่ายเลขานุการแจ้งผลการรับรองพร้อมส่งแผนการฝึกปฏิบัติงานมายังประธานคณะอนุกรรมการสอบความรู้เพื่อให้ความเห็นชอบแผนการฝึกปฏิบัติงานก่อนการออกฝึกปฏิบัติงาน

 

9. เมื่อคณะอนุกรรมการสอบความรู้ฯ ให้ความเห็นชอบแผนการฝึกปฏิบัติงานแล้ว ให้แจ้งผู้ขอรับรองปริญญาทราบ เพื่อเริ่มฝึกปฏิบัติงานต่อไป

 

 

10. เมื่อผู้ขอรับรองปริญญาฝึกปฏิบัติงานครบถ้วนตามเงื่อนไขที่สภาเภสัชกรรมกำหนดใ ห้ส่งผลการฝึกปฏิบัติงานไปยังสภาเภสัชกรรม เพื่อส่งให้คณะอนุกรรมการสอบความรู้ฯ ประเมินผลการฝึกปฏิบัติงาน   และตรวจสอบคุณสมบัติผู้มีสิทธิ์สมัครสอบวัดความรู้ และแจ้งผลไปยังผู้ขอรับรองปริญญา

 

สภาเภสัชกรรม

สถานที่ติดต่อ : สำนักงานเลขาธิการสภาเภสัชกรรม เลขที่ 88/20 ชั้น 7  อาคาร 6 ตึกสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท์ ตำบลตลาดขวัญ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี โทรศัพท์ : 0 2590 1877, 0 2590 2439 โทรสารระบบอัตโนมัติ : 0 2591 8298

Website : www.pharmacycouncil.org  Email : pharthai@pharmacycouncil.org

 

 

รายละเอียดอื่นที่เกี่ยวข้องตามไฟล์ที่แนบท้ายนี้