สภาเภสัชกรรม เดินหน้ายื่นหนังสือถึงปลัด สธ. ยื่น 6 ข้อเสนอ “คืนขวัญกำลังใจเภสัชกร” แก้ปัญหาสมองไหล พร้อมหนุนนโยบายยกระดับระบบยาและสุขภาพประชาชน

สภาเภสัชกรรม เดินหน้ายื่นหนังสือถึงปลัด สธ. ยื่น 6 ข้อเสนอ “คืนขวัญกำลังใจเภสัชกร” แก้ปัญหาสมองไหล พร้อมหนุนนโยบายยกระดับระบบยาและสุขภาพประชาชน

 

15 ธันวาคม 2568 – สภาเภสัชกรรม นำโดย ภก.ปรีชา พันธุ์ติเวช นายกสภาเภสัชกรรม พร้อมคณะฯ ยื่นหนังสือด่วนถึงปลัดกระทรวงสาธารณสุข แสดงเจตนารมณ์สนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณสุข พ.ศ. 2569 พร้อมยื่น 6 ข้อเสนอสำคัญเพื่อสร้างความมั่นคงและคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่เภสัชกรทั่วประเทศ หวังแก้ปัญหาการลาออกและขาดแคลนบุคลากรในพื้นที่

 

สภาเภสัชกรรมในฐานะองค์กรวิชาชีพ ได้ทำหนังสือถึงปลัดกระทรวงสาธารณสุข เพื่อตอบรับและสนับสนุนนโยบาย “สานต่อ วางรากฐาน ร่วมพัฒนา” เพื่อระบบสาธารณสุขที่ยั่งยืน โดยพร้อมระดมศักยภาพเภสัชกรทั่วประเทศร่วมพัฒนาระบบบริการสุขภาพใน 5 ด้านหลัก อาทิ การพัฒนาระบบยาแบบไร้รอยต่อ (One Region-One Province-One Hospital), การยกระดับเภสัชกรปฐมภูมิเป็น “หมอยาประจำตัว”, การเตรียมพร้อมระบบยาตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน และการใช้เภสัชกรรมแม่นยำ (Precision Pharmacy) เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้ป่วย

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ภารกิจดังกล่าวสำเร็จลุล่วงและรักษาบุคลากรที่มีคุณภาพไว้ในระบบราชการ สภาเภสัชกรรมจึงได้นำเสนอ 6 ข้อเรียกร้องเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจแก่เภสัชกร ดังนี้:

  1. ขอปรับสถานะการจ้างเป็น “ข้าราชการ” ทั้งหมด: ขอให้ปรับเปลี่ยนเภสัชกรที่เป็นพนักงานราชการหรือการจ้างรูปแบบอื่น ให้เป็นข้าราชการตั้งแต่แรกบรรจุ และเร่งบรรจุพนักงานราชการที่ตกค้างกว่า 1,000 ราย เพื่อแก้ปัญหาสมองไหล ซึ่งสถิติปี 2565-2567 พบเภสัชกรลาออกจากราชการเฉลี่ยสูงถึงปีละ 182 ราย
  2. ขอคืนตำแหน่งว่างสู่พื้นที่โดยเร็ว: ขอให้ระงับการดึงตำแหน่งว่างกลับส่วนกลาง และเร่งจัดสรรคืนให้โรงพยาบาลในพื้นที่ เพื่อแก้ปัญหาภาระงานล้นมือและการขาดแคลนเภสัชกรหน้างาน
  3. เปิดทางความก้าวหน้าสู่ระดับ “ชำนาญการพิเศษ”: ขอสนับสนุนให้เภสัชกรสามารถเลื่อนไหลเข้าสู่ตำแหน่งชำนาญการพิเศษได้ทุกราย เพื่อลดการลาออกเมื่ออายุราชการครบ 25 ปี ซึ่งปัจจุบันมีเภสัชกรตกค้างในระดับปฏิบัติการ/ชำนาญการ 9,377 ตำแหน่ง (ร้อยละ 87)
  4. ปลดล็อก “การตรึงตำแหน่ง” ให้ย้ายกลับภูมิลำเนาได้: ขอปลดล็อคการตรึงตำแหน่งของเภสัชกรที่เป็นข้าราชการ ตามหนังสือที่ สธ 0201.032/ว76 ลงวันที่ 21 มกราคม 2556 เพื่อให้เภสัชกรสามารถย้ายกลับภูมิลำเนากลับไปดูแลบิดามารดา และได้อยู่ร่วมกับ ครอบครัวได้
  5. ปรับค่าตอบแทนไม่ทำเวชปฏิบัติ (ใบประกอบฯ): ขอปรับเพิ่มจาก 5,000 บาท เป็น 10,000 บาท ให้เท่าเทียมกับแพทย์ ทันตแพทย์ และเภสัชกรในหน่วยงานอื่น (เช่น อภ., UHosNet) เนื่องจากอัตรานี้ไม่ได้ปรับเพิ่มมานานกว่า 20 ปีแล้ว
  6. ปรับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษ (พ.ต.ส.): ขอปรับอัตราใหม่เป็น 3,500 / 7,500 / 15,000 บาท ตามลำดับความเชี่ยวชาญและความเสี่ยง เพื่อลดความเหลื่อมล้ำเมื่อเทียบกับวิชาชีพอื่นในสายงานสาธารณสุข และ ขอความร่วมมือในการดำเนินการส่งเสริมจรรยาบรรณ ผ่าน สสจ. ในแต่ละจังหวัด

 

สภาเภสัชกรรมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ข้อเสนอเหล่านี้จะได้รับการพิจารณาเพื่อสร้างความมั่นคงให้แก่เภสัชกร และคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการดูแลประชาชน

 

#สภาเภสัชกรรม #เภสัชกร #กระทรวงสาธารณสุข