พิธีลงนามในบันทึกข้อตกลง เรื่อง การส่งเสริมการประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมของเภสัชกรในร้านยา (16 กันยายน 2556)
 

บันทึกข้อตกลง (MOU)

 เรื่อง การส่งเสริมการประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมของเภสัชกรในร้านยา

ระหว่าง

สภาเภสัชกรรม

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

เภสัชกรรมสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

ศูนย์ประสานงานการศึกษาเภสัชศาสตร์แห่งประเทศไทย

สมาคมเภสัชกรรมทะเบียนและกฎหมายผลิตภัณฑ์ (ประเทศไทย)
สมาคมเภสัชกรการอุตสาหกรรม (ประเทศไทย)

สมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล (ประเทศไทย)

สมาคมเภสัชกรรมการตลาด (ประเทศไทย)

สมาคมเภสัชอุตสาหกรรม (ประเทศไทย)

สมาคมเภสัชกรรมชุมชน (ประเทศไทย)

ชมรมเภสัชกรสี่เหล่า

มูลนิธิเภสัชชนบท

ชมรมเภสัชชนบท

ชมรมเภสัชสาธารณสุขจังหวัด

ชมรมเภสัชกรโรงพยาบาลชุมชน

ชมรมเภสัชกรโรงพยาบาล กระทรวงสาธารณสุข

สหพันธ์นิสิตนักศึกษาเภสัชศาสตร์แห่งประเทศไทย

          บันทึกข้อตกลงฉบับนี้ทำขึ้น ณ  ที่ประชุมคณะกรรมการสภาเภสัชกรรม สืบเนื่องจากปัญหาการไม่มีเภสัชกรปฏิบัติหน้าที่ในร้านยาตลอดเวลาที่เปิดทำการ เป็นปัญหาวิชาชีพที่สะสมมาอย่างยาวนาน จากการตรวจสอบร้านยาของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาในปี ๒๕๔๙  พบเภสัชกรอยู่ปฏิบัติหน้าที่ในขณะตรวจประมาณร้อยละ ๓๓   และจากผลการสำรวจโครงการผู้บริโภคปลอดภัย เภสัชกรไทยไม่แขวนป้ายใน ๑๐ จังหวัด (ร้านยาสีขาว) ปี ๒๕๕๔  พบร้านยาที่ไม่มีเภสัชกรอยู่ปฏิบัติหน้าที่ตลอดเวลาที่เปิดทำการร้อยละ  ๗๖.๔  ส่งผลให้ประชาชนผู้บริโภคถูกละเมิดสิทธิที่ต้องได้รับการส่งมอบยาและคำแนะนำการใช้ยาจากเภสัชกร  เกิดปัญหาความเสี่ยงต่อการได้รับยาที่ไม่ปลอดภัย ปัญหาการบริโภคยาเกินความจำเป็น  เป็นช่องทางการลักลอบจำหน่ายยา ยาเสพติดให้โทษและวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทที่ผิดกฎหมาย รวมทั้งการจำหน่าย การโฆษณา ผลิตภัณฑ์สุขภาพอื่น ๆ เช่น อาหาร  เครื่องสำอาง ฯลฯ ที่ผิดกฎหมาย   ซึ่งมีเรื่องร้องเรียนปัญหาไม่พบเภสัชกรปฏิบัติหน้าที่ในร้านยา หรือ พบการจำหน่าย โฆษณาขายยา หรือผลิตภัณฑ์สุขภาพอื่น ๆ ที่ผิดกฎหมายจำนวนมาก นอกจากนี้การประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมที่ร้านยา นับเป็นบทบาทวิชาชีพของเภสัชกรที่ควรส่งเสริมให้เป็นไปตามมาตรฐานและจรรยาบรรณวิชาชีพ เพื่อส่งเสริมให้ร้านยาเป็นส่วนหนึ่งของระบบบริการสุขภาพ และเตรียมพร้อมการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี ๒๕๕๘ 

            การส่งเสริมการประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมในร้านยาดังกล่าว จึงมีความซับซ้อนเกี่ยวพันทั้งมิติของเภสัชกร เจ้าของธุรกิจ ผู้บริโภค บริบทแวดล้อมอีกมากมาย ยากแก่การที่หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งจะดำเนินการจัดการปัญหานี้ได้โดยลำพัง จึงต้องรวมพลังองค์กรวิชาชีพเภสัชกรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกองค์กรให้มีพันธะสัญญาร่วมกันในการขับเคลื่อนมาตรการต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมการประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ โดยยึดมั่นอุดมการณ์ร่วมกัน คือ

          “….การไม่มีเภสัชกรปฏิบัติหน้าที่ในร้านยาตามที่กฎหมายกำหนด หรือ ไม่ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมตามมาตรฐานและจรรยาบรรณวิชาชีพ เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ยอมรับไม่ได้  เครือข่ายวิชาชีพเภสัชกรรมจึงต้องร่วมกันส่งเสริมการประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย คือ การมีเภสัชกรปฏิบัติหน้าที่ของตน
ในร้านยาตามที่กฎหมายยากำหนด โดยหากไม่สามารถอยู่ปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้จัดหาเภสัชกรไปปฏิบัติหน้าที่แทน และมีการประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมในร้านยาตามมาตรฐานและจรรยาบรรณวิชาชีพ เพื่อเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพและความผาสุกของประชาชน”

          ดังนั้น เพื่อส่งเสริมการประกอบวิชาชีพของเภสัชกรในร้านยาให้บรรลุผลตามเป้าหมายและเป็นไปตามเจตนารมณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น องค์กรวิชาชีพเภสัชกรรมต่าง ๆ จึงทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับนี้ขึ้น โดยมีสาระสำคัญของความร่วมมือดังนี้

                   ข้อ ๑ ขอบเขตความร่วมมือ

                 ขอบเขตการดำเนินงานภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือฯ ฉบับนี้มี  ๖ ด้าน ดังนี้

                   ๑.๑  การแก้ไข ปรับปรุง กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการประกอบวิชาชีพของเภสัชกรในร้านยา
                            ให้เอื้อต่อการปฏิบัติหน้าที่อย่างเหมาะสม สอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน
                     ๑.๒  การเฝ้าระวัง และส่งเสริมให้สมาชิกขององค์กรปฏิบัติหน้าที่ในร้านยาตามกฎหมาย
                          อย่างเคร่งครัด
                     ๑.๓  การพัฒนากลไกเชิงระบบในการกำกับ ดูแล หรือเอื้อต่อการไปปฏิบัติหน้าที่ของเภสัชกร
                     ๑.๔  รณรงค์สร้างสำนึกรับผิดชอบต่อการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรฐานของวิชาชีพ
                            ทั้งในกลุ่มเภสัชกรและนิสิต นักศึกษาเภสัชศาสตร์
                     ๑.๕  ความเข้มแข็งในการบังคับใช้กฎหมายและจรรยาบรรณวิชาชีพอย่างจริงจัง
                            โดยใช้มาตรการที่หลากหลาย มีประสิทธิภาพและเป็นขั้นตอน

                   ๑.๖  การส่งเสริม “แบบอย่างที่เหมาะสม” ของผู้นำทางวิชาชีพฯ เช่น ผู้นำองค์กรวิชาชีพ
                         ครูอาจารย์เภสัชกร เภสัชกรผู้บังคับใช้กฎหมาย ฯลฯ

                   ข้อ ๒ ระบบและกลไกในการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามบันทึกข้อตกลงฯ

          ๒.๑  สภาเภสัชกรรมจัดให้มีคณะกรรมการเครือข่ายวิชาชีพเภสัชกรรมเพื่อส่งเสริมการ
                           ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมของเภสัชกรในร้านยา โดยมีองค์ประกอบ ดังนี้
                           ๑)  นายกสภาเภสัชกรรม เป็นประธานคณะกรรมการเครือข่ายวิชาชีพเภสัชกรรมฯ
                              โดยตำแหน่ง
                           ๒)  ผู้แทนขององค์กรที่ลงนามในบันทึกข้อตกลงฯ องค์กรละ ๑ ท่าน
                           ๓)  ผู้ทรงคุณวุฒิไม่เกิน ๓ ท่าน
                           ๔)  เลขานุการจากการเลือกตั้งกันเองของคณะกรรมการเครือข่ายวิชาชีพเภสัชกรรมฯ
                           ๕)  ผู้ช่วยเลขานุการ  ๒ คน ตามที่คณะกรรมการเครือข่ายวิชาชีพเภสัชกรรมฯ เห็นชอบ
                   ๒.๒  การประชุมของคณะกรรมการเครือข่ายวิชาชีพเภสัชกรรมฯ ในข้อ  ๒.๑
                         ต้องมีองค์ประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง และให้
                            จัดประชุมต่อเนื่องสม่ำเสมออย่างน้อย ๒ เดือนต่อครั้ง
                   ๒.๓  บทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการเครือข่ายวิชาชีพเภสัชกรรมฯ
                            ๑)  จัดให้มีแผนปฏิบัติการให้แล้วเสร็จภายใน ๖ เดือน
                            ๒)  กำกับติดตามประเมินผลการดำเนินการให้เป็นไปตามแผนปฏิบัติการ
                            ๓)  ตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
                                 ตามความเหมาะสม
                            ๔) รายงานความก้าวหน้าในการดำเนินการต่อสาธารณะ ในรูปแบบที่เหมาะสม
                                อย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง

                   ข้อ ๓  ข้อขัดข้องที่เป็นปัญหาต่อการปฏิบัติ

                   ในกรณีมีข้อขัดข้องหรือมีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามความร่วมมือในบันทึกข้อตกลงนี้
ให้คณะกรรมการเครือข่ายวิชาชีพเภสัชกรรมฯ ได้พิจารณาและกำหนดแนวทางในการปฏิบัติร่วมกัน

                   ข้อ ๔ กำหนดระยะเวลา

                   บันทึกข้อตกลงนี้ ให้มีผลนับตั้งแต่วันที่ลงนามในบันทึกข้อตกลงนี้เป็นต้นไป  โดยสามารถทบทวนบันทึกข้อตกลงได้ทุก ๓ ปี

                   ข้อ ๕ การแก้ไขเพิ่มเติมบันทึกข้อตกลง

                   องค์กรวิชาชีพเภสัชกรรมอาจขอแก้ไขเพิ่มเติมบันทึกข้อตกลงได้ โดยความเห็นชอบร่วมกันของคณะกรรมการเครือข่ายวิชาชีพเภสัชกรรมฯ  การแก้ไขให้จัดทำเป็นหนังสือโดยให้ถือว่าหนังสือแก้ไขเพิ่มเติมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของบันทึกข้อตกลงนี้บันทึกข้อตกลงนี้ทำขึ้น   ๑๗   ฉบับ   ลงนาม ณ วันที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๕๖   และมีข้อความถูกต้องตรงกัน  ทุกฝ่ายได้อ่านแล้วเห็นว่าเป็นไปตามเจตนา จึงลงลายมือไว้เป็นสำคัญต่อหน้าพยานและให้เก็บรักษาฝ่ายละ ๑ ฉบับ

 

ลงนาม 

สภาเภสัชกรรม

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

เภสัชกรรมสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

ศูนย์ประสานงานการศึกษาเภสัชศาสตร์แห่งประเทศไทย

สมาคมเภสัชกรรมทะเบียนและกฎหมายผลิตภัณฑ์ (ประเทศไทย)

สมาคมเภสัชกรการอุตสาหกรรม (ประเทศไทย)

สมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล (ประเทศไทย)

สมาคมเภสัชกรรมการตลาด (ประเทศไทย)

สมาคมเภสัชอุตสาหกรรม (ประเทศไทย)

สมาคมเภสัชกรรมชุมชน (ประเทศไทย)

ชมรมเภสัชกรสี่เหล่า

มูลนิธิเภสัชชนบท

ชมรมเภสัชชนบท

ชมรมเภสัชสาธารณสุขจังหวัด

ชมรมเภสัชกรโรงพยาบาลชุมชน

ชมรมเภสัชกรโรงพยาบาล กระทรวงสาธารณสุข

สหพันธ์นิสิตนักศึกษาเภสัชศาสตร์แห่งประเทศไทย

 

รายละเอียดดังไฟล์บันทึกข้อตกลงแนบท้ายนี้

 
 

deneme bonusu veren siteler izmir escort deneme bonusu hot sex vidio